12Market.com | เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี | ร้านค้าเข้าระบบ | หมวดหมู่สินค้า

หน้าแรก หมวดหมู่สินค้า เปิดร้านออนไลน์ ร้านค้าเข้าระบบ





เหรียญโชว์........หลวงพ่อทบวัดจันทร์นิมิต ปี 12 บล็อคนิยม เนื้อทองแดง รุ่นบล็อค1 (ราคา 35,000 บาท)



หลวงพ่อทบวัดจันทร์นิมิต ปี 12 บล็อคนิยม เนื้อทองแดง รุ่นบล็อค1
มีการสร้างด้วยกัน 3บล็อค

เหรียญวัดจันทร์นิมิตรมีการสร้างขึ้น 2 พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่รูปไข่นั่งเต็มและเหรียญเล็กครึ่งองค์ สร้างโดยกำนั้นชื่อดังท่านหนึ่ง มีการสร้างเนื้อเดียวคือทองแดง จำนวนการสร้าง ประมาณ3000 เหรียญ สร้างขึ้นในการหาทุนสร้างวิหารวัดจันทร์นิมิตร...สร้างเสร็จแล้วนำไปเข้าพิธิปลุกเสกเสาร์ห้าที่วัดชนแดนในวันที่ 22 มีนาคม 2512 หลังจากนั้นหลวงพ่อทบท่านได้นำเหรียญชุดนี้กลับมาปลุกเสกอีกครั้งที่วัดจันทร์นิมิตรอีกคำรบหนึ่ง...เหรียญวัดจันทร์นิมิตรปลุกเสก 2 ครั้ง2วาระ จึงไม่แปลกเลยที่เหรียญรุ่นนี้สร้างประสบการณ์ทางด้ามมหาอุตม์เป็นเหรียญที่ปลุกเสกพิธีใหญ่ถึงสองวาระด้วยกัน...เหรียญหลวงพ่อทบวัดจันทร์นิมิตรเป็นเหรียญที่หายากครับนานๆจะเจอแท้สักเหรียญวันนี้เอาประวัติการสร้างเหรียญวัดจันทร์นิมิตรมาให้สมาชิกได้รับทราบกันครับ ...มีบางคนที่บอกว่าเหรียญวัดจันทร์นิมิตรหลวงพ่อทบไม่ได้ปลุกเสกนั้น...ไม่จริงด้วยประการทั้งปวงครับ.....

4 จุดตาย เหรียญวัดจันทร์นิมิตร
เหรียญวัดจันทร์นิมิตร สร้างเมื่อปี 2512 หลวงพ่อทบเป็นประธาน ในการสร้างวิหาร เหรียญนี้เป็นเหรียญที่มีการปลอมมากที่สุดเหรียญวัดจันทร์นิมิตร มีด้วยกัน สองพิมพ์ พิมพ์นี้เป็นพิมพ์ใหญ่นิยม...การสังเกตุเหรียญด้านหน้าหมายเลข1 หน้าของหลวงพ่อจำให้แม่นครับ..ถ้าผิดไปจากนี้เก็ครับ หมายเลข2 พื้นเหรียญด้านหน้าจะมีเส้นขนแมวบางๆวิ่งทั่วพื้นเหรียญและบริเวณช่องวางในองค์หลวงพ่อ ก็จะมีเส้นขนแมววิ่งเช่นกัน..ของปลอมทำไม่ได้ครับ...ด้านหลังที่หมายเลข3 หูห่วงจะมีเส้นวิ่งทางขวาง...ของแท้ต้องมีทุกเหรียญ...และหมายเลข4 ตัว...ร....หลัง..ต...ตรงคำว่ามิตร...ร...จะเลือนมาก....4 จุดนี้ถือว่าเป็นจุดตายครับ...ของปลอมยังทำไม่ได้ครับ........................

ประวัติ หลวงพ่อทบ ธมฺมปณฺโญ วัดช้างเผือก จ.เพชรบูรณ์
หลวงพ่อทบอริยสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งลุ่มน้ำป่าสัก

พระภิกษุนักปฏิบัติ ชอบสันโดษ มักน้อย ไม่นิยมสะสมเงินทอง หากมีผู้ถวายจะสมทบสร้างวัดวาอารามจนหมดสิ้น หลวงพ่อทบ หรือพระครูวิชิตพัชราจารย์ เป็นอีกท่านหนึ่งที่ถือปฏิบัติต่อเนื่องอย่างเคร่งครัดจนกระทั่งมรณะภาพ คงเหลือไว้แต่หลักธรรมคำสอนและศาสนะสถานที่หลวงพ่อได้สร้างไว้ครั้งยังมี ชีวิตอยู่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สืบทอดเจตนารมณ์ตามหลักพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อทบ นอกจากจะเป็นพระนักปฏิบัติวิปัสนาชั้นยอดแล้ว ท่านยังมีคุณวิเศษหลายอย่าง เก่งด้านไสยเวทย์ จนได้รับการขานสมญาว่า เทพเจ้าแห่งความขลัง และที่สำคัญหลวงพ่อทบเป็นพระที่มีแต่ความเมตตากรุณา ไม่เลือกชั้นวรรณะ ด้วยเหตุนี้ทำให้หลวงพ่อทบมีลูกศิษย์มากมายทั้งในจังหวัดเพชรบูรณ์และทั่ว ประเทศ

ประวัติ

หลวงพ่อทบ ธมฺมปณฺโญ เกิดเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๔๒๔ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง ณ บ้านยางหัวลม ต.นายม (ปัจจุบันแยกเป็นตำบลวังชมภู) อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายเผือก นางอินทร์ ม่วงดี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๔ คน คือ นายหว่าง ม่วงดี นางใบ ม่วงดี หลวงพ่อทบ นางแดง ม่วงดี

ทำไมชื่อ“ทบ”ครั้งที่หลวงพ่อทบถือกำเนิดจากครรภ์มารดา ในวันคลอดปรากฎว่ามีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้น หลวงพ่อทบถือกำเนิดผิดแผกแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปที่การเวลาคลอดศรีษะจะ โผล่ออกมาก่อน แต่หลวงพ่อทบตอนคลอดศรีษะกับเท้าออกมาพร้อมกัน ดังนั้นบิดามารดา จึงตั้งชื่อให้ว่า “ทบ”

หลวงพ่อทบ เกิดเป็นลูกชาวไร่ชาวนา ฐานะค่อนข้างร่ำรวย มีที่ดินและกระบือมากกว่าคนละแวกนั้น ชีวิตจึงมีความสุขสบาย ตอนเด็กหลวงพ่อทบได้เรียนที่โรงเรียนวัดแถวบ้าน หลวงพ่อทบสนใจการเรียนมาก สามารถอ่านเขียนได้ทั้งภาษาไทยและขอม ท่านชอบการอ่านเป็นอย่างมากและมีความจำเป็นเลิศ

เมื่ออายุ ๑๖ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดช้างเผือก มีพระอาจารย์สี เจ้าอาวาสซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อทรัพย์ตาพรรณวาจาศักดิ์สิทธิ์ และเป็นผู้ทรงวิทยาคุณทางเวทย์มนต์คาถาอย่างมากเป็นผู้บรรพชาให้ ช่วงบรรพชาได้ศึกษาคาถาอาคมจนแก่กล้าและได้ศึกษาเพิ่มเติมจากพระอาจารย์ปาน เจ้าอาวาสวัดศิลาโมง จนหลวงพ่อทบได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จนหมดสิ้น

เมื่อย่างอายุ ๒๑ ปี ได้ทำการอุปสมบท ณ วัดเกาะแก้ว ต.นายม โดยมีพระครูเมือง เป็นอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า“ธัมมะปัญโญภิกขุ”ได้ จำอยู่ที่วัดช้างเผือก เป็นเวลา ๒ ปี พอเข้าฤดูพรรษาต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดวังโป่ง อ.ชนแดน อีก ๒ ปี จึงเริ่มเดินธุดงค์ ไปตามป่าเขาลำเนาไพรแต่เพียงรูปเดียว ช่วงธุดงค์ท่านได้บำเพ็ญศีลภาวนา แสวงหาความรู้ ศึกษาเวทย์มนต์คาถาตามถ้ำ หน้าผาผนังหินที่มีผู้จารึกไว้ในสมัยก่อน บางครั้งต้องดำรงชีพด้วยผลไม้ป่าและใบไม้ เคบผจญกับโขลงช้างป่า เสือ สัตว์ร้ายต่าง ๆ ท่านได้แผ่เมตตาภาวนา โดยที่สัตว์เหล่านั้นมิได้ทำอันตรายใด ๆ เลย

จนกระทั่งได้พบกับพระธุดงค์อีกรูปหนึ่งจึงชวนกันเดินธุดงค์ไปจนถึงชายแดน พม่า และได้แสดงอภินิหารซึ่งกันและกันและแลกเปลี่ยนวิชาอาคมกัน จึงแยกย้ายคนละทิศคนละทาง หลวงพ่อทบเดินทางต่อไปจนถึงนครเวียงจันทร์ ได้รูกจักกับพระที่นั่นหลายรูป ได้ช่วยพัฒนาวัดวาอารามจนเป็นที่ชื่นชอบของพระเวียงจันทร์ ถึงกับนิมนต์ให้ประจำอยู่ที่วัด แต่หลวงพ่อปฏิเสธเพราะมีภาระอีกต่อไปคือคำสั่งของพระอาจารย์ว่าวาระสุดท้าย ให้กลับไปจำที่วัดช้างเผือก จากนั้นก็ธุดงค์ไปจนถึงชายทะเลที่จังหวัดตราดติดแดนเขมร ได้ศึกษาวิชากับพระเขมร จนเป็นที่รู้จักของชาวเขมรในด้านเวทย์มนต์คาถาอาคม

หลังจากจาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ หลวงพ่อทบได้กลับมาที่วัดศิลาโมง ต.นายม ท่านได้บูรณะครั้งใหญ่สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ ตอนนั้นท่านยังไม่ได้ ๔๐ พรรษา ชื่อเสียงยังไม่มีใครรู้จักมากนัก ต่อมาเมื่อ ๔๐ พรรษา ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกครั้งยิ่งใหญ่ของวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นชื่อเสียงของท่านเริ่มมีผู้รู้จักและโด่งดังมากขึ้น เพราะในพิธีมีช่างภาพหนังสือพิมพ์หลายฉบับถ่ายรูปของท่านหลายครั้งแต่ไม่ติด หลังจากพิธีผ่านไป ๕ ปี ก็มีโอกาสเข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกที่วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ และเช่นเดียวกันช่างภาพก็ถ่ายภาพไม่ติด ทำให้ชื่อเสียงหลวงพ่อเป็นที่เลื่องลือมากขึ้น

จากตำบลนายม หลวงพ่อทบได้ไปจำพรรษาที่อำเภอชนแดน ได้สร้างวัดแห่งใหม่ชึ้นชื่อวัดสว่างอรุณ และสร้างวัดอีกแห่งใกล้กันคือวัดพระพุทธบาทเขาน้อย พอได้อายุ ๗๓ พรรษา ก็ได้รับเลื่อนสมณะศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอชนแดน พร้อมได้รับสถาปนาสมณะศักดิ์ทางกรมศาสนาให้ชื่อว่า “พระครูวิชิตพัชราจารย์” ช่วงนี้หลวงพ่อทบได้บูรณะวัดในเขตชนแดนอย่างจริงจัง มีการก่อสร้างปูชนียวัตถุ ปูชนียสถานอีกหลายแห่ง พออายุย่างเข้า ๘๓ พรรษา นัยน์ตาหลวงพ่อเริ่มฟ่าฟางจนกระทั่งมืดสนิท ท่านจึงได้ลาออกจากตำแหน่งพระครูวิชิตพัชราจารย์ เจ้าคณะอำเภอชนแดน แต่เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ มีมติให้ท่านดำรงตำแหน่งพระครูวิชิตพัชราจารย์กิตติมศักดิ์ต่อไปจนตลอดอายุ

เมื่อลาออกจากสมณะศักดิ์แล้ว ท่านก็คิดถึงวัดที่เคยอาศัยอยู่กับพระอาจารย์ คือวัดช้างเผือก ต.วังชมภู ขณะนั้นเป็นวัดร้างประมาณ ๓๐ - ๔๐ ปี ท่านจึงได้ออกจากวัดพระพุทธบาทเขาน้อย มาอยู่ที่วัดศิลาโมง เพราะสะดวกที่จะย้ายไปจำพรรษาที่วัดช้างเผือก ท่านได้บูรณะวัดศิลาโมงอยู่ระยะหนึ่งจึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดช้างเผือกซึ่ง ร้างรอท่านอยู่ ท่านได้บูรณะพัฒนาจนวัดช้างเผือกเป็นวัดที่รุ่งเรืองที่สุดของตำบลวังชมภู

จนกระทั่งวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๙ กรรมการวัดได้จัดงานประจำปี และพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถหลังใหม่ ประชาชนได้หลั่งไหลร่วมงานอย่างมืดฟ้ามัวดิน คืนนั้นเกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักกว่า ๕ ชั่วโมง ทุกอย่างกลับสู่ปกติ แต่บนกุฏิหลวงพ่อแวดล้อมด้วยศานุศิษย์ ญาติ โยม ใจคอไม่ดีเพราะหลวงพ่อเริ่มมีอาการผิดปกติ พยายามลุกนั่งและฉันหมากอยู่เสมอ และได้พูดเรื่องศพของท่านว่า หากตัวท่านมรณะภาพลงอย่าได้เผาเป็นอันขาดให้สร้างเป็นวิหารหรือมณฑปเก็บศพ ไว้ มิฉะนั้นความเจริญหรือปฏิสังขรใด ๆ ที่วัดกำลังดำเนินการอยู่จะชงักวัดจะร้างอย่างเดิม และแล้วเวลาเที่ยงวันเศษของวันรุ่งขึ้น หลวงพ่อก็มีอาการเหมือนเป็นไข้ คณะศิษย์จึงนำรถมารับเพื่อไปรักษาที่กรุงเทพฯทันที แต่ขณะรถวิ่งถึงเขตตำบลนาเฉลียง มันเป็นเวลา ๔ โมงเย็นพอดีหลวงพ่อก็ปิดเปลือกตาลงอย่างสนิท หลวงพ่อทบมรณะภาพแล้ว

หลวงพ่อทบ ได้ทำการก่อสร้างบูรณะวัดวาอาราม ไปตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะได้เป็นผู้นำทำการก่อสร้างพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยถึง ๑๖ หลังทั้งได้วางศิลาฤกษ์หลังที่ ๑๗ ไว้ที่วัดช้างเผือกซึ่งปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว หลวงพ่อทบเป็นพระที่ไม่เลือกชั้นวรรณะตลอดชีวิต ใครมีทุกข์ท่านจะช่วยเหลือเป็นอย่างดี เป็นผู้มีกตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์ ท่านเคยพูดเมื่อปี ๒๕๑๘ ว่า ที่ต้องกลับมาอยู่วัดช้างเผือกเพราะอาจารย์ท่านสั่งไว้ ท่านยังบอกว่าตัวของท่านขณะนี้ตายแล้วเพียงแต่ไม่เน่าเท่านั้นเอง

เมื่อเอ่ยถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทบแล้ว มีผู้ประสพด้วยตนเองมาไม่น้อย เช่นครั้งเกิดเหตุคนร้ายบุกจี้หลวงพ่อบนกุฏิวัดพระพุทธบาทเขาน้อย คนร้ายขู่บังคับให้หลวงพ่อบอกที่ซ่อนเงินและของมีค่า เมื่อหลวงพ่อพูดว่า จะเอาเงินที่ไหนมา คนร้ายก็เหนี่ยวไกปืนยิงหลวงพ่อทันที แต่ยิงไม่ออก ยิงอยู่ ๒-๓ ครั้งก็ยิงไม่ออก จนตำรวจเข้าไปคนร้ายจึงยึดเอากุฏิเป็นป้อมยิงปืนสู้ตำรวจแต่ยิงไม่ออก ฝ่ายตำรวจก็ยิงบ้างแต่ก็ยิงไม่ออกเช่นกัน ขณะนั้นหลวงพ่อนั่งสมาธิเฉยอยู่ จนกระทั่งคนร้ายกระโดดลงจากกุฏิ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเสียงร้องโอ๊ย คนร้ายถูกยิงและเสียชีวิตในที่สุด และยังมีเรื่องเล่าถึงปาฏิหาริย์เกี่ยวกับหลวงพ่อทบอีกมากมาย

หากท่านที่สนใจเรื่องราวของหลวงพ่อทบ อริยสงฆ์แห่งลุ่มน้ำป่าสัก ลองแวะไปกราบไหว้สรีระสังขารที่ไม่ยอมเน่าเปื่อยที่วัดช้างเผือก ตำบลวังชมภู อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และสอบถามพูดคุยกับคนแถวนั้นดู แล้วท่านจะรู้ว่าหลวงพ่อทบเป็นพระสงฆ์ที่ชาวเพชรบูรณ์ศรัทธายกย่องยิ่งนัก.





พระขุนแผน เนื้อสมเด็จวัดระฆัง รหัส 02

พระขุนแผน เนื้อสมเด็จวัดระฆัง สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี


พระขุนแผนวัดระฆัง , พระขุนแผน

พระโชว์...........พระลีลาเคลือบ กรุทุงเศรษฐี กำแพงเพชร

พระโชว์...........พระลีลาเคลือบ กรุทุงเศรษฐี กำแพงเพชร


พระขุนแผนวัดระฆัง , พระขุนแผน

ของเก่าสะสม พระเครื่อง พระพิมพ์ ลีลาหนังตะลุง ผงยาจินดามณีเก่า พิมพ์ดำ

ของเก่าสะสม พระเครื่อง พระพิมพ์ ลีลาหนังตะลุง ผงยาจินดามณีเก่า พิมพ์ดำ มีไข่ปลารอบซุ้ม หายาก น่าเก็บบูชา เสริมโชคลาภ บารมี แคล้วคลาดภัยอันตรายทั้งปวง ให้เช่าบูชาเพียง 9500บาท สนใจติดต่อ ชนธนนทน์ 0830438986 0831388140


ของเก่าสะสม , พระเครื่อง , พิมพ์ลีลาหนังตะลุง , ผงยาจินดามณีเก่า , ให้เช่าบูชา9,500บาท , หายากน่าเก็บสะสม , เสริมโชคลาภบารมี

รูปหล่อเบ้าทุบ รุ่นแรก หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก

หลวงพ่อแม้น ศิษย์เอกหลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก จ.อยุธยา เนื้อตะกั่ว องค์ละ 299. บาท เนื้อทองแดง องค์ละ 399.บาท


ของเก่าสะสม , พระเครื่อง , พิมพ์ลีลาหนังตะลุง , ผงยาจินดามณีเก่า , ให้เช่าบูชา9,500บาท , หายากน่าเก็บสะสม , เสริมโชคลาภบารมี

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ทรงจีวร9037

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ทรงจีวรเนื้อโกเดพิมพ์ทรงถูกต้องเนื้อ พระมวลสารเก่าถึงยุครับประกันพระแท้ 100% พร้อมรับเเลกเปลี่ยนวัตถุมงคลรถยนต์ และ อสังหาริมทรัพย์


พระสมเด็จ , เนื้อโกเด , วัดระฆัง , พระเครื่อง , ฤทธิ์นาคา , ขอนแก่น



กระโปรงทำงาน , ตัวเอง , หนุ่ม , ส่งสินค้า , นำเข้า , มืออาชีพ , เพื่อน , รูป , คลิก , เปลี่ยนกรอ , แต่งหน้า , ทรงผม , ทำเล็บ , ความรัก , วิธีแต่งหน้า , แฟชั่น , ผู้หญิง , ดูดวงความรัก , แต่งตัว , ความงาม , สุขภาพ , ทาเล็บ , สถานที่ท่องเที่ยว , ทะเล , ของกิน , เคสไอโฟน6 , หางาน , ขายของออนไลน์ , ลงประกาศฟรี , ขายหมา , สมัครงาน , เคสไอโฟน6 , จักรยานเสือหมอบ , แบตสำรอง , มือถือ

 © Copyright 2004-2016 All right reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537